ผมแพ้…..แพ้มาทั้งชีวิต

ตอนเด็กๆ ผมเรียนไม่เก่ง ทั้งประถม มัธยม มหาวิทยาลัย

ตอนโต ผมก็ทำงานบริษัทที่ไม่ใหญ่และเงินเดือนก็ไม่ได้มาก

ถ้าเทียบกับเพื่อนๆ ที่เรียนมาด้วยกัน ผมแพ้เขาทุกอย่าง

เก่งน้อยกว่า เงินน้อยกว่า เรียกได้ว่า เป็นคนที่ธรรมดาๆ

ผมไม่ได้อิจฉาเพื่อนๆนะ แต่ก็อดที่จะน้อยใจตัวเองไม่ได้

จนกระทั่ง…..วันนึง

วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ ซึ่งธรรมดาผมจะอยู่บ้านอ่านหนังสือ พักผ่อน

วันนั้นผมได้อ่านหนังสือของพี่ตุ้ม หนุ่มเมืองจันท์ ซึ่งเป็นนักเขียนในดวงใจ

ผมได้อ่านเรื่องราวของคนคนนึง อ่าแล้วผมรู้สึกว่า ผมได้ปลดล๊อคอะไรบางอย่าง

ผมอยากนำเรื่องราวของเขามาฝากพวกเราครับ

เขาคนนี้ชื่อว่า “ดีเร็ค เรดมอนด์” 

เขาเป็นนักวิ่ง 400 เมตรชาวอังกฤษ 

เขาเคยได้สิทธิ์ลงแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกที่เกาหลีใต้  

แต่…..เขาบาดเจ็บก่อนการแข่งขัน  

4 ปีต่อมาเขาได้สิทธิ์ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่บาร์เซโลน่า 
ครั้งนี้ เขาเป็นตัวเก็งที่จะได้เหรียญทอง  
การแข่งขันเริ่มต้นขึ้น “เรดมอนด์” อยู่ในกลุ่มผู้นำ 
เหลืออีก 150 เมตรจะถึงเส้นชัย เขาเร่งฝีเท้าเต็มที่ 
แต่…..”เอ็นร้อยหวาย” ของเขาฉีกขาด!!!


“เรดมอนด์” ชะลอความเร็วก่อนทรุดตัวลงกับลู่วิ่ง  
การแข่งขันวิ่ง 400 เมตรชายในกีฬาโอลิมปิกยังดำเนินต่อไป 
แต่สำหรับ “ดีเรค เรดมอนด์” 
การแข่งขันจบแล้ว

“เรดมอนด์” ให้สัมภาษณ์ “บีบีซี” หลังการแข่งขัน  
เขาบอกตัวเองในวินาทีที่ล้มลงว่า “การแข่งขันจบแล้ว แต่ความฝันยังไม่จบ”  
“เรดมอนด์” ลุกขึ้นอีกครั้ง พยายามประคองตัวเข้าสู่เส้นชัย 
“ความฝัน” ของเขาคือ การวิ่ง 400 เมตรในกีฬาโอลิมปิกให้ถึงเส้นชัย 
ภาพที่ปรากฏต่อคนทั่วโลก คือ “เรดมอนด์” ไม่ได้วิ่ง แต่ค่อยๆ กะเผลกไปข้างหน้า 

มีชายคนหนึ่งวิ่งเข้าไปในสนาม 
คนนั้น คือ พ่อของ “เรดมอนด์” 
แม้จะมีคนพยายามขวางไม่ให้เข้าไปในลู่วิ่ง แต่เขาไม่ยอม 
พ่อเข้าไปประคอง “เรดมอนด์” 
และประโยคประวัติศาสตร์ที่เรียกน้ำตาคนทั่วโลกก็เริ่มต้นขึ้น 
“ลูก ไม่ต้องทำอย่างนี้ก็ได้”

“เรดมอนด์” ซบหน้ากับไหล่ของพ่อ แล้วร่ำไห้ 
แม้จะร้องไห้ แต่หัวใจของเขายังแกร่งกล้า 
“พ่อ ผมต้องทำ”  
พ่ออึ้งไปนิดนึง ก่อนบอกกับลูก  
“ถ้าอย่างนั้น เราจะไปด้วยกัน” 
ภาพของพ่อที่ประคองลูกเดินเข้าเส้นชัย กลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ประทับใจคนทั่วโลก 
“เรดมอนด์” กลายเป็นผู้แพ้ที่ยิ่งใหญ่  
เพราะเขาชนะใจคนทั่วโลก

จิตใจที่ไม่ยอมแพ้ของ “เรดมอนด์” ยังแสดงให้เห็นต่อไปหลังการแข่งขันจบลง  
เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าเขาไม่สามารถเล่นในระดับทีมชาติอีกต่อไป  
วันนั้น “เรดมอนด์” เศร้ามาก เพราะแม้ใจยังสู้แต่ร่างกายของเขาสู้ไม่ไหว 
กล้ามเนื้อขาไม่สามารถเร่งความเร็วได้อีกแล้ว  
แต่พ่อของ “เรดมอนด์” กลับให้สติ และตั้งคำถามที่เปลี่ยนชีวิตของเขาอีกครั้ง  
“กีฬาไม่ได้มีเพียงแค่การวิ่งเพียงอย่างเดียว”

เชื่อไหมครับ “เรดมอนด์” เปลี่ยนไปเล่นบาสเก็ตบอล  
และในอีกไม่กี่ปีต่อมา เขาติดทีมชาติอังกฤษ  
วันนั้น เขาถ่ายรูปในเสื้อธงชาติอังกฤษ  
เซ็นชื่อ 
และส่งไปให้แพทย์ที่บอกว่าเขาไม่สามารถเล่นระดับทีมชาติได้แล้ว 
เพื่อยืนยันว่าเขาทำได้ 
คงเป็นความสะใจส่วนตัว

นายแพทย์คนนั้นคงหมายความว่า “เรดมอนด์” เป็นนักวิ่งทีมชาติไม่ได้แล้ว  
เขาคิดไม่ถึงว่า “เรดมอนด์” จะเปลี่ยนไปเล่นกีฬาประเภทอื่น 
จนติดทีมชาติ  
นี่คือ ความยิ่งใหญ่ของนักกีฬาคนหนึ่งที่ทำ “ความพ่ายแพ้” ที่ใครคิดว่าเป็น “ความล้มเหลว” 
กลายเป็น “ความยิ่งใหญ่” ที่ไม่มีใครลืมเลือน

โดย หนุ่มเมืองจันท์ boycitychan@matichon.co.thwww.facebook/boycitychanFC คอลัมน์ ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

ลองติดตามเหตุการณ์นี้ได้จาก link นี้ครับ
www.youtube.com/watch?v=OepCLUSnytI

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

คนส่วนใหญ่ทุกวันนี้เคร่งเครียดไปกับการแข่งขัน แข่งกับคนอื่น
เด็กๆแข่งกัน….เรียนเพื่อให้จบคณะที่สังคมบอกว่าดี
จบมา แข่งกัน….ทำงานให้ได้บริษัทดีดี เงินเดือนดีดี 
ได้เงินมากก็แข่งกัน….ซื้อของที่เป็นแบรด์ดีดี กินอาหารดีดี

เรามาลงสนามแข่งกับตัวเองดีกว่ามั้ย?
เมื่อวานกับวันนี้ เรามีอะไรที่พัฒนาขึ้นมาบ้าง?
ปีที่แล้วกับปีนี้ ชีวิตเรามีอะไรเปลี่ยนแปลงดีขึ้นมาบ้าง?
ที่บอกว่า อยากลดน้ำหนัก เราลดหรือยัง?
ที่บอกว่า จะขยันมากขึ้น เราทำหรือยัง?

ผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ คือ ผู้ชนะใจตัวเอง

ถ้าอยากใช้ชีวิตอย่างมีความสุข สิ่งแรกคือตอบตัวเองว่าเราอยากใช้ชีวิตแบบไหน
ต่อมาคือ เข้าใจชีวิตของคนอื่นด้วย